เจ้าชายมิติที่ 4 อดีตลีดเดอร์วง ss501 ที่ ณ ปัจจับันได้ผันตัวเองมาเอาดีทางด้านการเป็นพระเอกซีรี่ส์อย่างจริงจัง หลังคุณเขาไม่ยอมต่อสัญญากับทางต้นสังกัดเก่า และทำให้ ss501 ต้องยากย้ายกันไปคนล่ะทาง อันนี้ Triple S บางคนก็งอนจุง (ซะงั้น) ข้อหาเป็นต้นเหตุให้วงแตก แต่อีกหลายคนก็เข้าใจในความ 4D ของจุงเขานะ ด้วยถ้าสืบค้นขุดคุ้ยไปถึงรากเหง้าแต่แรกเริ่ม เราจะทราบว่าจุงไม่ได้อยากเป็นนักร้องไอดอลเลยแม้แต่น้อย แต่กลับใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้องวงร็อค ทว่าเมื่อฟ้าลิขิตให้ชีวิตต้องกลายมาเป็นไอดอล พ่อคน 4 มิติก็ทำหน้าที่ทั้งเพื่อครอบครัว (คุณแม่ดีใจอย่างสุดๆที่ลูกชายได้เป็นนักร้องดัง) เพื่อเพื่อนๆในวง และเพื่อแฟนๆที่รัก กระทั่งถึงเวลา ก็ขอเลือกเส้นทางที่อยากทำจริงๆบ้าง โปรดเข้าใจจุง (โค้ง 90 องศา)

 

 

สาเหตุที่ทำให้จุงตัดสินใจอย่างฉับไวและไม่ลังเล อันนี้ต้องถอยหลังกลับไปดูธรรมชาตินิสัยใจคอของเขากันสักนิด เพราะฉายา “เจ้าชาย 4D” นั้นไม่ใช่ว่าจะได้มาเพราะโอน้อยออก แต่มันมาจากตัวตนอันแปลกๆ พิลึก ใครๆ (ส่วนใหญ่) ไม่เข้าใจจุง ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องปกติมากสำหรับเจ้าตัว เนื่องจากจุงมีมันสมองอันชาญฉลาดเกือบๆ จะเข้าขั้นอัจฉริยะกับความลุ่มหลงที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า passion ระดับสูง จากเด็กที่รักการอ่าน เรียนดีมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาเลขละวิทยาศาสตร์ ถึงขนาดชนะการแข่งขันโอลิมปิกสมัยเรียนมัธยมต้น แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งจุงเขาก็หมดความสนใจในการเรียนไปซะดื้อๆ หันไปทุ่มเทเวลาให้กับการเล่นกีตาร์ที่เป็นความโปรดปรานในขณะนั้น ถึงขนาดพร่ำเพ้อที่จะเป็นร็อคสตาร์ให้จงได้ เอาจริงขนาดยอมดร็อปเรียนไว้กว่าปีครึ่ง (ก่อนจะกลับมาเรียนใหม่เมื่อคิดได้…ก็เขา 4มิติ) แต่ชะรอยฝันนี้จะหยั่งรากลึกมาก จุงเลยไม่ยอมถอดใจ แต่เปลี่ยนกลยุทธ์ไปใช้วิธีออดิชั่นและได้รับเลือกในปี 2004 ตอนนั้นจุงหวังเต็มที่ว่าต้องได้เป็นสมาชิกวงร็อคแน่ๆ แต่ฟ้าดินช่างกลั่นแกล้ง ดันกลายเป็นว่าเขาถูกจับมาเป็นหัวหน้าวงไอดอลหนุ่มล้วนนาม ss501 โอ้โน… มันตรงข้ามกับสิ่งที่จุงชอบอย่างสิ้นเชิง พระเจ้าจอร์จด้วยความเป็นคนจริง (และ 4 มิติ อย่างที่เห็น) เมื่อมันผิดคาดขนาดนี้ จุงเลยคิดจะลาออกจากการเป็นไอดอลอยู่หลายครั้ง แต่ก็ตัดใจทำไม่ลงเพราะพบว่าการที่เขาได้เป็นสมาชิกวง ss501 เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้แม่มีความสุขและภาคภูมิใจ แม้จะเป็นผู้ชาย มิติที่ 4 แต่ก็มีความกตัญญูเต็มเปี่ยม จุงเลยเปลี่ยนความคิดใหม่และกลายเป็นลีดเดอร์คนดังของวงจนก้าวข้ามสายงานไปรับจ๊อบงานแสดง จากจุดเริ่มต้นด้วยการไปออกรายการสุดฮ็อต We’ve Got Married กับดาราสาวฮวางโบ นำไปสู้บทบาท 1 ใน แก๊ง F4 เวอร์ชั่นเกาหลีของซีรี่ส์ Boy Over Flowers  หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจุงจะติดใจการแสดงอย่างจริงจัง นำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญ ไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดและสิ้นสุดการเป็น ss501 (กลับไปอ่านย่อหน้าแรก)

อย่างไรก็ดี ตอนนี้จุงยิ่งดังระเบิดในฐานะพระเอกซีรี่ส์ มีละครวิ่งเข้ามาหามากมายไม่ได้ว่างเว้นทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น สินค้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบก็รุมแยกตัวไปเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่รวมงานเพลงโซโล่ที่เขาก็ยังไม่ถึงกับทิ้งไปซะทีเดียว เรียกว่า Triple S ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เห็นใบหน้าหล่อๆ แล้วจุงก็ยังไม่ทิ้งการพบป่ะซึ่งหน้ากับแฟนๆด้วย เพราะได้จัดงานแฟนมิตติ้งเดินสายให้ได้พบกันจะจะเห็นๆ เป็นๆ ตัว-ตัวกันทั่วเอเชีย โดยประเทศท้ายสุดที่เจ้าชาย 4D เดินทางมาให้ยลคือเมืองไทยแลนด์ดินแดนออฟสไมล์ของเรานี้เอง พิเศษสุดๆ ฟังแล้วกรี๊ดไปสามโลกคือจุงกระทำการแปะมือนุ่มๆไฮทัชกับ “ทุกคน” ที่ร่วมงาน !!

><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><


HyunJoong Facts 

 

จุงเริ่มเดินเมื่ออายุได้ 9 เดือน ก่อนหน้านี้เขานั่งคนเดียวได้ แต่ยังปีนไม่ได้ ทุกคนในครอบครัวต่างก็เป็นห่วงว่าเขาอาจเริ่มเรียนรู้การเดินช้า แต่กลายเป็นว่าจุงข้ามขั้นการปีนเป็นเดิน

ตอนวันเกิดครบรอบ 1 ขวบ จุงเอาเค้กข้าวให้แขกที่มาร่วมงานกิน และระหว่างพิธี Toljabb ที่มีของให้เขาเลือก 2 อย่าง คือ ดินสอกับหนังสือ จุงกลับเลือกแปรงที่อยู่ข้างๆ (Toljabb คือพิธีทำนายอนาคตของเด็ก ในกรณีนี้ จุงเลือกแปรงซึ่งหมายความว่าเขาจะเป็นนักวิชาการ)

ตั้งแต่อนุบาล จุงก็แก้โจทย์คณิตศาสตร์ได้เร็วและวาดภาพเก่ง เรียนรู้การพูดและจำคำศัพท์ต่างๆได้เร็วมาก ทั้งที่เป็นเด็กที่เล่นตลอดเวลา แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้ดีในเวลาเดียวกัน

ช่วงป.2-ป.4 เขาร่วมแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกโลกและชนะได้เหรียญทอง แล้วยังชนะในการแข่งขันประกวดศิลปะด้วย ผลงานของเขามักจะเป็นอันดับ 1 ในชั้นเรียนและมักจะติดอันดับ 1 และ 2 ของโรงเรียน ขนาดพ่อแม่ส่งไปเรียนเขียนตัวอักษร Hanja เพิ่ม เติมในที่เรียนพิเศษ (กันไม่ให้ดูเก่งเว่อร์แตกต่างจากเพื่อนๆ) ก็ยังจะอุตส่าห์ไปได้อันดับสูงสุดของห้องอีก

ในการทดสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย จุงได้อันดับ 4 ของคนที่มีคะแนนสูงสุดในการสอบข้าวของโรงเรียน และเมื่อพ่อซื้อกีตาร์ให้เพราะกลัวลูกชายจะหมกมุ่นกับการเรียนเกินไปครูสอนกีตาร์ก็บอกว่าเขามีพรสวรรค์ บางอย่างต้องใช้เวลาเรียนถึง 3 ปี แต่จุงสามารถเรียนรู้ได้ภายใน 3 เดือน

เมื่อพี่ชายที่เรียนที่อเมริกาตัดสินใจจะหยุดเรียนเนื่องจากไม่มีค่าเทอม จุงก็บอกพี่ว่า “พี่ อ่านหนังสือนี้ซิ” และมอบหนังสือให้เป็นของขวัญ เมื่อพี่ชายของเขาเปิดหนังสือเพื่ออ่าน ก็เห็นเช็คจำนวน 300 ล้านวอนซ่อนอยู่ในหนังสือ มันคือเงินเก็บของจุงระหว่างที่เป็นนักร้องฝึกหัด

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ASTA TV